ลดน้ำหนัก 101

เมื่ออายุมากขึ้น ปล่อยตัวปล่อยใจ ปล่อยจอย เผลอแป๊บเดียว เสื้อตัวเดิม กางเกงตัวเก่าที่เรารักกลับใส่ไม่ได้เสียแล้ว เพราะขยายข้าง หนทางที่เราควรทำคือ…

  1. ควบคุมอาหาร
    • กินให้น้อยกว่าที่ใช้ อยากรู้ว่าทั้งวันเราใช้มากแค่ไหนให้ไปคำนวนค่า TDEE (Total Daily Energy Expenditure)
    • เลือกอาหารดี
      • อาหารดี คืออาหารไม่ค่อยผ่านกระบวนการปรุงแต่งเยอะ รวมถึงวิธีการปรุงควรจะเป็นอบ ต้ม นึ่ง ย่าง มากกว่า ทอด หรือผัด ที่ใช้น้ำมันทำเพราะทำให้แคลอรีต่อหน่วยมากขึ้น ทำให้ควบคุมอาหารแย่ลง
      • โภชนาการครบ เน้น โปรตีนให้มากขึ้น (ตามสูตรที่รู้กันคือ 1-1.5 กรัมต่อน้ำหนักตัว) ทานผักมากขึ้น ทานคาร์โบไฮเดรตแต่พอดี
      • ลด ละ อาหารจานด่วน (Fastfood) เช่น แฮมเบอร์เกอร์ เฟรนฟราย ไก่ทอด พิซซ่า ฯลฯ
      • ลดน้ำอัดลม น้ำแก้ว (ชานม น้ำผลไม้ปั่น) เพราะมีน้ำตาลสูง
  2. ออกกำลังกาย
    • Cardio 150 นาที/สัปดาห์
    • Weight training
  3. นอนหลับ
    • 7-8 ชั่วโมงต่อวัน
    • นอนน้อย ส่งผลให้ฮอร์โมน อารมณ์แปรปรวน ทำให้แนวโน้มที่เราจะกินมากกว่าปกติเพิ่มขึ้น ผลคือน้ำหนักขึ้น

1. ควบคุมอาหาร

  • ตามข้อมูลหลายสำนัก ผลของการมีน้ำหนักขึ้นคือการ กินมากกว่าที่ใช้
  • หลักการคือ เราต้องทราบก่อนว่า วันหนึ่งเราใช้ไปเท่าไร สามารถทราบด้วยการใช้สูตรคำนวนคร่าวๆ ได้ด้วย TDEE (total daily energy expenditure : ค่าพลังงานที่ใช้ในแต่ละวัน ) : คลิ๊กที่นี่
ใส่อายุ เพศ น้ำหนัก ส่วนสูง (+เปอร์เซ็นไขมันถ้ามี) และระบุกิจกรรมออกกำลังกายทั้งสัปดาห์ จะทำให้ทราบว่า หนึ่งวันเราใช้ทั้งหมดกี่แคลอร๊โดยคร่าวๆ
ในการคำนวนนี้ มีสูตรมาให้เลือกทานได้เลยว่าชอบแบบไหน ควรกินอาหารประเภทใด เท่าไรบ้าง ในแต่ละวัน
  • เลือกทานอาหารให้น้อยกว่าที่ใช้ใน TDEE แต่ไม่เกิน BMR (Basal metabolic rate ค่าพลังงานพื้นฐานที่ใช้แต่ละวัน) : คลิ๊กที่นี่
อย่าลืมกดเปลี่ยนเป็น metric units เพื่อเปลี่ยน ส่วนสูงเป็นหน่วยเซ็นติเมตร และน้ำหนักเป็น กิโลกรัม

จากตัวอย่างจะเห็นว่า ช 33 ปี หนัก 73 กิโลกรัม สูง 161 เซ็นติเมตร มีกิจกรรมออกกำลังกายประมาณ 1-2 ครั้ง/สัปดาห์ ถ้าต้องการลดน้ำหนัก ควรทานอยู่ที่ 1576-2070 แคลอรี่ต่อวัน

  • ทานอะไรดี ให้รู้สึกอิ่ม และไม่ทรมานเหมือนรู้สึก อดอาหาร
    • เน้นโปรตีน จากสูตรคำนวน ควรทานโปรตีน ประมาณ 1.5-2 เท่าของน้ำหนักตัว
    • ทานน้ำให้มากขึ้น อย่างน้อยๆ ควรทาน 8 แก้วต่อวัน (สองลิตรต่อวัน)
    • ทานไขมันให้น้อยลง จึงควรเปลี่ยนรูปแบบการปรุงอาหาร จาก ทอด ผัด เป็น ต้ม นึ่ง ย่างแทน
    • ลดน้ำแก้ว (ชา โกโก้ กาแฟที่ใส่น้ำเชื่อม น้ำตาล นมข้นหวาน ) ลดน้ำอัดลม
    • ทานผักให้มากขึ้น หรือผลไม้มีกากใยสูง เช่น แอปเปิ้ล สาลี่ ฝรั่ง
    • งดแอลกอฮอล์

2. ออกกำลังกาย

  • Cardio 150 นาที / สัปดาห์
    • ค่อยเป็นค่อยไป เพราะถ้าเราไม่เคยออกกำลังกายมากก่อน แล้วไปเล่นหนักเลย จะเสี่ยงต่อการบาดเจ็บสูง
    • เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการเดิน หรือปั่นจักรยาน ถ้ามีงบหน่อยอาจจะว่ายน้ำ ตั้งเป้าหมายเล็กไว้ก่อน เช่น วันนี้เดินเร็ว 30 นาที หรือ วันนี้จะเดินให้ได้ 5,000 เก้า เป็นต้น
    • เมื่อรู้สึกไม่เหนื่อยมาก พอจะไปอีกขั้น ให้เริ่มตั้งเป้าหมายใหญ่กว่าเดิม เช่น วันนี้จะวิ่งสลับเดิน ให้ได้ 45 นาที
    • ตามแพทย์แนะนำคือ 150 นาที ต่อ สัปดาห์ ถ้าคิดเป็นสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ก็ครั้งละ 50 นาที กำลังดี
  • Weight Training `
    • ถ้ามีงบ แนะนำเข้าฟิตเนส เล่นกับอุปกรณ์ เพื่อลดการบาดเจ็บจากการเล่นผิดท่า
    • ถ้างบไม่ใช่ปัญหา แนะนำจ้างเทรนเนอร์ มาฝึก เพื่อลดการบาดเจ็บ + เล่นท่าได้หลากหลาย + ไม่ต้องคิดโปรแกรมฝึกเอง
    • ถ้างบจำกัด ให้ลองฝึกท่า body weight training ไปก่อนที่บ้าน เช่น Plank , squat , Push up
    • ข้อดีของ weight training คือ ลดการสูญเสียกล้ามเนื้อ ทำให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้ดีขึ้น สัดส่วนหุ่นดีขึ้น และลดการย้วยของหนังหลังลดไขมัน
    • ลองใช้ คำค้นหา ใน youtube เป็น body weitht for begininers แล้วลองฝึกตามดู อาจจะได้ซักประมาณ 10 นาที ก็ไม่เป็นไร ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี
ตัวอย่าง weight training สำหรับผู้เริ่มต้น

3. การนอนหลับ

  • การนอนให้พอนั้นสำคัญ นอนที่ดีคือ ตื่นมาไม่เพลีย ไม่ง่วงหนาวหาวนอน
  • ถ้ามีอาการตื่นมายังเพลีย ยังอยากนอนต่อ อาจะเป็นสัญญาณว่า นอนไม่ค่อยได้คุณภาพ ต้องปรับการนอน
  • ห้องนอนที่ดีควรเหมือนอยู่ในถ้ำ คือ เย็นและมืด
  • เข้านอน และตื่นเป็นเวลา
  • หลีกเลี่ยงการดื่มชา/กาแฟก่อนนอน อย่างน้อย 6 ชั่วโมง
  • การกินแอลกอฮอล์ก่อนนอน ทำให้คุณภาพการนอนแย่ลง ถ้าดื่มควรดื่มก่อนเข้านอนอย่างน้อย 3 ชั่วโมง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *