Top pick for you

You may also like

Update 5/7/2026 เขียนโดย เหมียวตากลม


หมายเหตุ Spoil ทั้งเรื่องจ้า

The Dark Urge (Lolth-sworn Drow,Draconic bloodline :Bronz ,Socceror)

Mode TACTICIAN

Map : Ravaged Beach

ทันทีที่ยาน Nautiloid วาร์ปหนีการตามล่าออกมา สภาพยานก็บอบช้ำเกินกว่าจะต้านทานไหว ไฟลุกท่วมและเริ่มร่วงหล่นสู่พสุธาอย่างรวดเร็ว!

ขณะที่น้อง Durge (The Dark Urge) ตัวเอกของเรากำลังกระเด็นกระดอนไปทั่วยาน สายตาของเธอก็เหลือบไปสบเข้ากับ Mindflayer ตนหนึ่งที่จ้องมองมาพอดี

ก่อนที่จะทันได้เชื่อมจิตหรือพูดคุยอะไร น้อง Durge และผู้ร่วมชะตากรรมคนอื่นๆ ก็ร่วงดิ่งลงสู่พื้นดินไปพร้อมกับเศษซากยาน แถม Durge ยังโชคร้ายถูกเศษเหล็กกระแทกหัวจนหมดสติกลางอากาศ แต่โชคยังดีที่เวทมนตร์ลึกลับ (Feather Fall) ช่วยพยุงร่างของเธอให้ค่อยๆ ร่วงลงแตะพื้นหาดทรายได้อย่างปลอดภัย

มีการร่ายเวทย์ The Dark Urge ทำให้ถึงพื้อย่างปลอดภัย

ตื่นขึ้น ณ ชายหาด Ravaged Beach และเสียงกระซิบแห่งความมืด

Durge ฟื้นขึ้นมาด้วยความหวังว่าจะจำอะไรได้บ้างสักครึ่งหนึ่งก็ยังดี แต่นอกจากความทรงจำที่ว่างเปล่าแล้ว สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือ “เสียงกระซิบอันเย็นเยียบแห่งการล้างแค้น” ในหัว ถ้าเราไม่รีบหาทางเอาปรสิต Mind Flayer Tadpole ออกไป อนาคตคงได้มืดบอดไม่ต่างจากอดีตแน่นอน

เมื่อเริ่มควบคุมตัวละครได้ ให้เดินสำรวจตามชายหาดเพื่อลูท (Loot) เสบียงและเก็บสมุนไพร เมื่อ Durge เดินไปสำรวจศพแรก รอยยิ้มยะเยือกก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าโดยที่เธอเองก็ไม่รู้ตัว!

  • ทริคการเล่น: ตัวเกมจะให้เราทอยลูกเต๋าเช็คค่า Intelligence (ความรู้/สติปัญญา) หากทอยผ่าน Durge จะพยายามทบทวนความทรงจำ และเห็นภาพนิมิตของศพนับพันทับซ้อนขึ้นมาในหัว เป็นความรู้สึกคุ้นเคยที่น่าขนลุก

พบกับคู่หูคนแรก: Shadowheart

เดินเลียบหาดไปอีกเล็กน้อย เราจะพบ Shadowheart นอนสลบอยู่ โดยที่มือของเธอยังคงกำวัตถุประหลาด (Mysterious Artefact) ไว้แน่น

💡 ข้อแนะนำจากเหมียวตากลม:

ห้ามแอบขโมยหรือหยิบวัตถุในมือนางเด็ดขาด! ให้เลือกคุยและปลุกเธอขึ้นมาระดับความสัมพันธ์ (Approval) จะได้ไม่ติดลบตั้งแต่เริ่มเกมจ้า

บทสนทนาสำคัญ:

  • Shadowheart: “ท่านรอด… ข้าเองก็รอด เป็นไปได้อย่างไรกัน?”
  • Durge: “ข้านึกว่าเจ้าจะรู้เรื่องนั้นเสียอีก พอรู้ไหมว่าตอนนี้เราอยู่ที่ไหน?”
  • Shadowheart: “ไม่รู้สิ ข้าไม่คุ้นที่นี่เลย แต่อย่างน้อยก็ดีกว่านรกที่เราจากมา… อันดับแรกเราต้องการเสบียงและที่พัก แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ‘ผู้รักษา (Healer)’ เราหนีรอดมาได้ก็จริง แต่เจ้าปีศาจน้อยๆ นั่นยังชอนไชอยู่ในหัวเราอยู่เลย”
  • Durge: “พวกเรางั้นหรือ? เจ้าอยากเดินทางไปกับข้าไหมล่ะ?”
  • Shadowheart: “เราต่างก็ต้องการกันและกันนะ ข้าคิดหาเพื่อนร่วมทางที่ดีไปกว่านี้ไม่ได้แล้วล่ะ… อีกอย่างหนึ่ง ข้าขอขอบคุณที่ช่วยข้าไว้บนยานนะ ท่านจะเดินผ่านโลงนั่นไปเฉยๆ ก็ได้แต่ท่านไม่ทำ ข้าจะจำไว้”

ศึกแรกกับสมองเดินได้ (Intellect Devourer)

เมื่อ Shadowheart เข้าร่วมปาร์ตี้แล้ว ให้เดินลูทของต่อจนถึงซากยานเก่าทางด้านซ้ายบน ตรงนี้จะมี Intellect Devourer (ปีศาจสมอง) เดินลาดตระเวนอยู่ 3 ตัว ซึ่งถือว่าเป็นจุดปราบเซียนสำหรับเลเวล 1 ที่มีกันแค่ 2 คน!

🎯 แทคติกการต่อสู้

  1. ยึดชัยภูมิสูง (High Ground Advantage): อย่าเดินดุ่ยๆ เข้าไปกลางวง ให้ทำการกด ย่องเงียบ (Hide / Sneak) แล้วหาทางปีนหรือกระโดดขึ้นไปบนชั้นซากยานด้านบน (หากมีสเปล Misty Step หรือ Jump ให้ใช้ขึ้นที่สูงเลย)
  2. เปิดฉากด้วย Surprise Attack: ใช้โจมตีระยะไกล (ยิงธนู หรือใช้เวทมนตร์ไฟ Fire Bolt) ลอบกัดศัตรูจากจุดซ่อนตัว จะทำให้ศัตรูติดสถานะ Surprise (เสียเทิร์นไปฟรีๆ 1 รอบ)
  3. รุมตีทีละตัว (Focus Fire): โจมตีรุมให้ตายไปทีละตัว การอยู่บนที่สูงจะทำให้ศัตรูโจมตีเรายากขึ้น และพวกมันจะต้องเสีย Action ไปกับการกด Dash (วิ่ง) เพื่อเดินอ้อมขึ้นมาหาเรา ทำให้เรายิงฟรีได้สบายๆ
ย่องไปด้านบนแล้วค่อยเปิดฉากโจมตี

เมื่อเคลียร์ศัตรูและลูทของจากซากยานจนเกลี้ยงแล้ว ปาร์ตี้ของเราก็จะได้รับค่าประสบการณ์จนอัปเกรดเป็น เลเวล 2 เรียบร้อย พร้อมลุยต่อในเขตถัดไปแล้วล่ะจ้า เย้! 🎉

Upgrade The Dark Urge LV. 2

1. เลือกสเปลเอาตัวรอด: ทำไมต้องเวท Shield?

สำหรับ Sorcerer ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสายเลือดน้อย สิ่งที่สำคัญไม่แพ้เวทโจมตีคือการเอาตัวรอด เหมียวตากลมแนะนำให้ Durge ในเลเวล 2 เลือกอัปสเปล Shield เพื่อเสริมความถึกทนให้ยืนในสนามรบได้นานยิ่งขึ้น!

ข้อดีสุดโกงของเวท Shield:

  • ใช้เป็น Reaction ได้ทันที: ไม่เปลือง Action ในเทิร์นของเรา โดยระบบเกมจะถามเราอัตโนมัติเมื่อศัตรูโจมตีมาใกล้โดน
  • เพิ่มเกราะ +5 AC (Armor Class) ทันที: ช่วยให้รอดตายจากจังหวะโดนศัตรูรุมทึ้ง หรือโดนบอสเล็งเป้าเพ่งเล็งได้อย่างหวุดหวิด
  • ป้องกันเวทนำวิถี 100%: สามารถป้องกันเวทมนตร์โจมตีอัตโนมัติอย่าง Magic Missile ได้แบบเบ็ดเสร็จ ถือเป็นสเปลกันตายที่ต้องมีติดตัวไว้เลย!

2. Metamagic หัวใจหลักของ Sorcerer: เลือกอะไรดีใน เลเวล 2?

จุดเด่นที่ทำให้ Sorcerer แตกต่างจากสายเวทอื่นคือระบบ Metamagic (การดัดแปลงเวทมนตร์) ในเลเวล 2 นี้ เราจะเลือกแต้มได้ 2 แบบ ซึ่งเหมียวตากลมขอแนะนำให้เลือก Distant Spell และ Twinned Spell ก่อนเป็นอันดับแรกจ้า!

🎯 Distant Spell (เวทระยะไกล)

  • คุณสมบัติ: ช่วยเพิ่มระยะการร่ายเวทให้ไกลขึ้นกว่าเดิมมาก (เพิ่มระยะเวทปกติอีก 50% หรือเปลี่ยนเวทระยะประชิด Touch ให้กลายเป็นระยะ 9 เมตร)
  • ทำไมต้องเลือก: เหมาะมากๆ สำหรับสายเวทตัวบางเลือดน้อย ทำให้เราสามารถแอบยืนอยู่บนที่สูงหรือแนวหลังไกลๆ แล้วยิงเวทสนับสนุนหรือโจมตีใส่ศัตรูได้โดยไม่ต้องเอาตัวเข้าไปเสี่ยงในดงตีน!

🎯 Twinned Spell (เวทแฝด)

  • คุณสมบัติ: จ่ายแต้ม Sorcery Point เพื่อก๊อปปี้เวทมนตร์แบบเป้าหมายเดียว (Single-target) ให้ยิงออกไปหาเป้าหมายที่ 2 ได้พร้อมกัน
  • ทำไมต้องเลือก: สุดยอดความคุ้มค่า! เพราะช่วยให้เราโจมตีศัตรูสองคนได้ภายใน 1 เทิร์น (เช่น การยิง Chromatic Orb หรือ Ray of Frost ใส่ศัตรู 2 ตัวพร้อมกัน) ช่วยประหยัด Spell Slot ไปได้เยอะมาก หรือจะใช้บัฟเพื่อนในทีมพร้อมกัน 2 คนก็ย่อมได้!

Upgrade Shadowheart LV. 2

ปัญหาคลาสสิกที่สุดของเกมเมอร์มือใหม่ใน Baldur’s Gate 3 คือ “ตีไม่โดน” (Miss รัวๆ จนหัวร้อน!) ซึ่ง Bless คือยาวิเศษที่จะเข้ามาแก้ปัญหานี้โดยตรง

  • บัฟเพื่อนได้พร้อมกันถึง 3 คน: จ่ายแค่ 1 Spell Slot (ระดับ 1) แต่สามารถเลือกบัฟเพื่อนร่วมทีมได้ถึง 3 เป้าหมายครอบคลุมเกือบทั้งปาร์ตี้
  • เพิ่มโอกาสตีโดน (Attack Roll +1d4): ตัวเกมจะบวกโบนัสลูกเต๋า 1d4 (สุ่มบวกเพิ่ม 1 ถึง 4 แต้ม) ให้กับการโจมตีทุกครั้ง ไม่ว่าจะใช้อาวุธประชิด ยิงธนู หรือยิงเวทมนตร์ ช่วยลดโอกาสตีวืดได้อย่างมหาศาล!
  • เพิ่มทนทานต่อสถานะผิดปกติ (Saving Throw +1d4): นอกจากตีแม่นขึ้นแล้ว ยังช่วยบวกเต๋าป้องกันเวลาถูกศัตรูยิงเวทใส่ หรือต้องทอยต้านทานพิษและคำสาปต่างๆ ทำให้ทีมเราอึดและรอดตายได้ดีขึ้นมาก

ดังนัั้น พวกท่านทั้งหลาย จนเปลี่ยนสกิล Shadowheart ให้มี Bless โดยพลัน !

ตอนต่อไป / หน้าสารบัญ

Top pick for you

You may also like

ยินดีต้อนรับชาวเกมเมอร์เข้าสู่ Meowtaklom ค่ะ! หากคุณกำลังมองหาคู่มือการเอาชีวิตรอดในดินแดน Faerûn แบบละเอียดยิบ บทความนี้คือ “หน้าสารบัญ” ที่รวบรวมบทสรุปเกม Baldur’s Gate 3 (BG3) สำหรับการเล่นผ่านตัวละครสาย The Dark Urge หรือ “ผู้โหยหาความมืดมิด” ที่เต็มไปด้วยเนื้อเรื่องสุดดาร์กและเข้มข้นที่สุดในเกม!

The Dark Urge (เรียกสั้นๆ ว่า Durge) ไม่ใช่แค่การสร้างตัวละครทั่วไป แต่เป็น Origin Character ที่มีความจำเสื่อมและมีแรงกระตุ้นอันโหดร้ายซ่อนอยู่ภายใน การเลือกเล่นสายนี้จะทำให้คุณพบกับฉากคัทซีนพิเศษ บทสนทนาที่แตกต่าง และการตัดสินใจที่อาจพลิกชะตาของเพื่อนร่วมทีมทุกคน

📌 สารบัญบทสรุป Baldur’s Gate 3: The Dark Urge

(คุณสามารถคลิกที่ลิงก์ด้านล่างเพื่อไปยังบทสรุปของแต่ละตอนได้เลยค่ะ)

บทนำ (Prologue): การหลบหนีจากยาน Nautiloid

💡 เนื้อหาเสริม: ทำไมถึงควรเล่นสาย The Dark Urge?

สำหรับผู้เล่นหน้าใหม่ อาจจะกังวลว่าความโหดร้ายของ Durge จะทำให้จบเกมไม่ได้ แต่แท้จริงแล้ว เกมเปิดโอกาสให้คุณ “ต่อต้าน” (Resist) เสียงกระซิบเหล่านั้นได้ ซึ่งการต่อต้านสัญชาตญาณดิบของตัวเอง ถือเป็นหนึ่งในเส้นทางเนื้อเรื่อง (Arc) ที่ได้รับการยกย่องว่าเขียนบทออกมาได้ดีและซึ้งกินใจที่สุดในเกมระดับ Game of the Year ปี 2023 นี้เลยทีเดียวค่ะ

Top pick for you

You may also like

สวัสดีค่ะทุกคน หลังจาก น้อง Durge ได้ลูกทีมและลูทของครบแล้ว เราก็ไปต่อกันค่ะ ที่ ห้องมินิบอส (The Helm) เราจะผ่านด่านนี้ไปได้อย่างไร มาดูกัน * *

เตรียมความพร้อมก่อนทะลวงเข้าห้องมินิบอส

ก่อนที่จะก้าวเท้าเข้าสู่ห้องถัดไป สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ห้ามลืมฟื้นฟูพลังเด็ดขาด! ให้คุณเดินไปกดใช้งานตู้ Restoration ที่ตั้งอยู่ทางขวามือของประตูก่อนเข้าห้องควบคุมหลัก เพื่อฟื้นฟูเลือดและช่องเวทมนตร์ (Spell Slot) ให้เต็มหลอดเสียก่อน

คัทซีนสุดระทึก: เมื่อ Mind Flayer ปะทะ กองทัพนรก

เมื่อเปิดประตูเข้าไป เราจะพบกับฉากคัทซีนสุดอลังการ ในห้องควบคุมยาน (Helm) ตอนนี้กำลังเกิดการต่อสู้อย่างดุเดือดระหว่าง Mind Flayer กับเหล่า Fiend และมอนสเตอร์จากขุมนรก (ซึ่งขอบอกเลยว่า ที่นี่คือนรกจริงๆ ตามเนื้อเรื่องค่ะ!)

เจ้า Mind Flayer ที่หลงคิดว่าเรายังคงเป็นทาสรับใช้ของมันอยู่ จะหันมาออกคำสั่งอย่างเกรี้ยวกราดให้เราละทิ้งการต่อสู้ แล้วรีบวิ่งไปที่แท่นควบคุมยาน (Transponder) เพื่อพายานวาร์ปหนีออกจากขุมนรกแห่งนี้เดี๋ยวนี้!

  • Lae’zel (นักรบสาวชาว Githyanki) พยักหน้าเห็นด้วยทันที: “เอาเลย! เดี๋ยวเราค่อยจัดการกับไอ้พวก Ghaik (คำด่าเรียก Mind Flayer) ทีหลังตอนที่หนีไปได้แล้ว”
  • Us (น้องสมองมีขาแสนน่ารัก) ย่อตัวดีใจสุดขีด: “ไปเชื่อมประสาท… เส้นประสาท… เราต้องเชื่อมมัน!”

หนทางในการต่อสู้ และเงื่อนไขการผ่านด่าน

  • เงื่อนไขการเอาชนะ (Victory Condition): คุณต้องส่งตัวละครใดก็ได้ในทีม เดินไปแตะ “แท่นควบคุมยาน” ให้ได้ภายใน 15 เทิร์น ก่อนที่ยานจะพังพินาศและทำให้เกมโอเวอร์!

ในฝั่งของเราจะมี Mind Flayer เป็นพันธมิตรชั่วคราว คอยยืนแทงค์รับดาเมจและต่อสู้กับมินิบอสสุดโหด เลเวล 8 นั่นก็คือ Commander Zhalk

💡 Trick & Tips: Commander Zhalk จะถือดาบเล่มใหญ่ที่มีเปลวไฟลุกโชนชื่อว่า Everburn Blade ดาบนี้ทรงอานุภาพมากสำหรับช่วงต้นเกม หากเราสามารถจัดการเขา หรือทำให้ดาบหลุดมือแล้วขโมยมาให้ Lae’zel ถือได้ ทีมเราจะได้เปรียบและเล่นง่ายขึ้นมากในช่วง Act 1

แต่เนื่องจากในรอบนี้ ทีมของเรายังเป็นแค่ “ระดับเบบี๋” คือเลเวล 1 และไม่มีคาถาปลดอาวุธ เราจึงขอแนะนำ “สายเซฟตี้ เน้นทำตามเงื่อนไข” ดังนี้ค่ะ:

  1. ส่งน้อง Durge และเพื่อนๆ ค่อยๆ ตีฝ่าฝูงมอนสเตอร์ลูกกระจ๊อกตามทางเดินไปเรื่อยๆ เลี่ยงการปะทะกับบอสโดยตรง
  2. ให้ Shadowheart ยืนอยู่แนวหลัง แล้วร่ายเวทบัฟโล่ Shield of Faith ใส่ Mind Flayer ซึ่งบัฟนี้จะช่วยเพิ่มเกราะ (Armor Class) ทำให้ Mind Flayer อึดขึ้นและรับมือกับ Zhalk ได้นานขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้บอสหันมาสับหัวพวกเราแทน
  3. เมื่อเคลียร์มอนสเตอร์ตามทางเสร็จ ให้เอาตัวละครที่เดินได้ไกลที่สุด พุ่งเข้าไปกดแตะที่แท่นควบคุม เพียงเท่านี้ก็จะได้ดูคัทซีนจบด่านนี้อย่างสวยงามและปลอดภัยค่ะ!

วิธีเก็บดาบ EVERBURN BLADE ของ Commander Zhalk

  • STEP 1 สั่งให้น้อง shadowheart ให้ติดตั้งสกิล command (กด k แล้วเปลี่ยนสกิลตามรูป)
  • STEP 2 จัดการลูกกระจ๊อกเอา EXP
  • STEP 3 เมื่อถึงเทิร์น Shadowheart ให้ใช้คำสั่ง command “วางอาวุธลงเดี๋ยวนี้”
  • step 4 ส่งลูกทีมไปเก็บดาบที่กอยู่ใต้ตัว Commander Zhalk
  • step 5 เก็บลูกกระจ๊อก วิ่งไปแท่นควบคุมยาน

วินาทีเป็นวินาทีตาย ณ แท่นควบคุมยาน (The Helm)

เมื่อเราบริหารเทิร์นและส่งตัวละครวิ่งฝ่าดงศัตรูมาจนถึงส่วนหัวของยานได้สำเร็จ น้อง Durge จะพุ่งตัวเข้าไปแตะที่แท่นควบคุมยานชีวภาพ หรือที่เรียกว่า Alien Transponder ได้อย่างทันท่วงทีก่อนที่ยานจะถูกยิงจนพังพินาศในเทิร์นสุดท้าย

ทันทีที่สัมผัส แท่นควบคุมยานจะตอบสนองต่อปรสิตในสมอง น้อง Durge ไม่รอช้า รีบทำการ “เชื่อมต่อเส้นประสาท” (Connect Nerve Strings) เพื่อป้อนคำสั่งฉุกเฉินให้ยานทำการวาร์ปข้ามมิติหนีออกจากขุมนรก Avernus ทันที!

การหลบหนีที่ต้องแลกมาด้วยความพังพินาศ

แม้ว่ายาน Nautiloid ของพวก Mind Flayer จะสามารถวาร์ปหนีพ้นจากขุมนรกมาได้อย่างหวุดหวิด แต่สภาพยานในตอนนี้เรียกว่า “พังแหล่มิพังแหล่” จากการโดนโจมตีอย่างหนัก แรงสั่นสะเทือนมหาศาลและการเสียการควบคุม ทำให้ตัวยานพุ่งดิ่งลงสู่พื้นโลกอย่างรวดเร็ว

แรงเหวี่ยงจากยานที่กำลังร่วงหล่น ทำให้น้อง Durge ของเราหกคะเมนตีลังกา ร่างกายลอยเคว้งกลางอากาศ จนต้องตะเกียกตะกายคว้าสายเนื้อเยื่อของยานยึดเกาะเอาไว้เพื่อรั้งชีวิต…

ตัดจบแบบละครไทย! ร่างของน้อง Durge และเพื่อนร่วมทีมจะรอดชีวิตจากการตกจากความสูงระดับเสียดฟ้าได้อย่างไร? ยาน Nautiloid จะไปตกที่ไหนในดินแดน Faerûn? พบกันใหม่ตอนหน้านะคะ MTK

💡 เนื้อหาเสริมและเกร็ดน่ารู้จาก Meowtaklom (Lore & Mechanics Tips)

  • หากเพื่อนร่วมทีมล้ม (Downed) ในห้องบอสจะเป็นอะไรไหม?สำหรับช่วงจบ Prologue นี้ ระบบเกมใจดีมากค่ะ! หาก Lae’zel หรือ Shadowheart เลือดหมดจนล้มลงไปนอน (Death Saving Throws) ในระหว่างสู้กับ Commander Zhalk ขอเพียงแค่มีตัวละครใดตัวละครหนึ่งในทีมวิ่งไปกดแตะ Alien Transponder ได้สำเร็จ เกมจะตัดเข้าคัทซีนทันที และเพื่อนร่วมทีมที่ล้มอยู่จะ ฟื้นคืนชีพและรอดไปเริ่มด่านต่อไปตามเนื้อเรื่องโดยอัตโนมัติ โดยไม่ถือว่าตายจริงค่ะ
  • เราเพิ่งหนีออกมาจากที่ไหนกันแน่?ฉากหลังท้องฟ้าสีเลือดที่เราเห็นนอกหน้าต่างยาน คือ Avernus (อเวิร์นัส) ชั้นแรกของขุมนรกทั้งเก้า (Nine Hells) ซึ่งเป็นสมรภูมิหลักของสงครามสายเลือด (Blood War) ระหว่างปีศาจสองเผ่าพันธุ์ (Devils และ Demons) การที่ยาน Nautiloid วาร์ปหนีออกมาได้ ถือเป็นการปิดฉากส่วน Intro และกำลังพาผู้เล่นเข้าสู่โลกหลักที่เรียกว่า The Sword Coast อย่างเต็มตัวค่ะ

ตอนต่อไป , สารบัญ BG3 (The Dark Urge)

Top pick for you

You may also like

update 24/04/2026 เขียนโดย เหมียวตากลม

หลังจากที่ตัวเอกสายดาร์กของเรา (Durge) ร่วมมือกับ Lae’zel และน้องสมองมีขา (Us) จัดการเหล่า Imps ในห้องแรกได้สำเร็จ เราก็จะก้าวเข้ามาสู่ห้องถัดไป ซึ่งเต็มไปด้วยแคปซูลของเหล่าเชลยเคราะห์ร้ายที่ยังคงหลับใหลไม่ได้สติ… และตรงกลางห้องนั้นเอง เราจะพบกับ “แท่นควบคุม” (Console) สุดลึกลับ

🔘 ไขปริศนา 3 ปุ่มบนแท่นควบคุม: กดอันไหนดี?

บนแท่นควบคุมจะมีอักขระของพวก Mind Flayer สลักอยู่ ซึ่งคนทั่วไปมักจะอ่านไม่ออก แต่ด้วยสัญชาตญาณ (หรือการทอยเต๋าผ่าน Arcana) เราจะพอเดาความหมายของปุ่มทั้ง 3 ได้ดังนี้:

  • ซ้าย (Unleash / ปลดปล่อย): สั่งเปิดแคปซูล
  • กลาง (Aggression / ก้าวร้าว): ⚠️ ห้ามกดปุ่มนี้เป็นอันดับแรก! เพราะมันจะปลุกเชลยที่หลับอยู่ให้ตื่นขึ้นมาคลุ้มคลั่งและโจมตีเราทันที
  • ขวา (Annihilate / ชำระล้าง): ปุ่มสังหารหมู่

ในเมื่อเราเป็น Durge (The Dark Urge) เหมียวเลยลองเลือกกดปุ่มซ้ายเพื่อปลดปล่อยเชลยดูก่อน แต่ปรากฏว่าพวกเขาก็ยังนิ่งสนิท ไม่มีการตอบสนองใดๆ

ดังนั้นเพื่อความรวดเร็ว Durge จึงเอื้อมมือไปกด ปุ่มขวา (Annihilate) ทันที! ผลลัพธ์คือการสังหารหมู่เชลยในแคปซูลทั้งหมด ข้อดีคือเราไม่ต้องเปลืองแรงสู้ แถมยังเดินเข้าไปลูทของจากศพได้อย่างสบายใจเฉิบเลยล่ะ (สายฟาร์มถูกใจสิ่งนี้!)

🔮 เสียงเรียกจาก Shadowheart และการใช้พลังเวทมนตร์

ขณะที่กำลังเก็บของเพลินๆ ก็มีเสียงทุบกระจกดังขึ้น หญิงสาวลูกครึ่งเอลฟ์คนหนึ่งกำลังร้องขอความช่วยเหลือจากในแคปซูล Shadowheart: “เจ้า ! ช่วยข้าออกไปจากที่นี่ที” (เคาะๆ) Lae’zel: “เราไม่มีเวลาให้กับคนช้าหรอกนะ!” (แม่สาวจมูกบี้ของเราก็รีบเร่งจัง กลัวยานตกแหละดูออก ฮา…)

แม้เจ๊ Lae’zel จะเร่งยิกๆ แต่ Durge คนดี(เหรอ?) ของเราคิดว่าสถานการณ์แบบนี้ ยิ่งมีพรรคพวกเยอะยิ่งดี เราจึงตัดสินใจหาทางช่วยนาง เหมียวตากลมเลือกใช้ประโยชน์จากคลาส Sorcerer (ผู้ใช้เวทมนตร์) โดยเลือกตัวเลือกบทสนทนาเฉพาะคลาส เพื่อตรวจสอบร่องรอยของเวทมนตร์รอบๆ แคปซูล ซึ่งทำให้เราพบว่ามีกระแสเวทมนตร์เชื่อมโยงไปยังแท่นควบคุมข้างๆ ตัวของ Shadowheart

Durge เดินไปพินิจพิจารณาคอนโซลนั้น และเลือกวาดอักขระเวทมนตร์ลงในช่องว่าง ทันใดนั้นคอนโซลก็ส่งเสียงตอบสนองและกลับมาทำงานอีกครั้ง!

วินาทีที่ Durge พยายามใช้มือควบคุมคอนโซล จู่ๆ ก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่างขยับยึกยักอยู่ในหัว… ใช่แล้ว มันคือ “ปรสิต” (Tadpole) ที่เพิ่งถูกฝังเข้าไปนั่นเอง ความเจ็บปวดแปรเปลี่ยนเป็นการเชื่อมต่อทางจิตวิญญาณ Durge ตัดสินใจดึงพลังของ Illithid (Mind Flayer) มาใช้สั่งการ คอนโซลยอมศิโรราบต่ออำนาจนั้น และปลดปล่อย Shadowheart ให้เป็นอิสระในที่สุด!

✨ เกร็ดความรู้เสริม (Lore & Tips) สไตล์เหมียวตากลม:

  • Class Dialogue: การเลือกคลาสใน BG3 มีผลต่อบทสนทนามาก อย่างในกรณีนี้ ถ้าเราเล่นคลาส Sorcerer, Wizard หรือ Warlock จะมีตัวเลือกพิเศษให้เราตรวจสอบกลไกเวทมนตร์ได้ง่ายขึ้น
  • Illithid Wisdom: การเลือกใช้ “พลังปรสิต” ในบทสนทนาต่างๆ (ลูกเต๋าที่มีสัญลักษณ์สมอง) จะช่วยให้เราผ่านเงื่อนไขยากๆ ได้ง่ายมาก แต่การใช้บ่อยๆ อาจส่งผลต่อเนื้อเรื่องและความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมทีมในอนาคตนะ ต้องระวังให้ดี!
  • ทางเลือกอื่น: หากคุณไม่ใช่คลาสสายเวทมนตร์ คุณสามารถเดินไปสำรวจห้องถัดไปทางทิศตะวันออก เพื่อเก็บไอเทม “Eldritch Rune” จากศพบนชั้นลอย แล้วนำมาเสียบที่แท่นคอนโซลเพื่อเปิดแคปซูลได้เช่นกันจ้า

Shadowheart : ข้าคิดว่าสิ่งนี้เกือบจะเป็นโลงศพข้าเสียแล้ว ขอบคุณท่าน

เช่นเดียวกับ Lae’zel การเชื่อมจิตระหว่าง Durge และ Shadowheart ก็บังเกิดขึ้น Durge รับรู้ว่าในจิตของ Shadowheart เต็มไปด้วยความรู้สึกซาบซึ้งในบุญคุญระคนกังวลปนกัน เพราะมี Githyanki อยู่กับเรา
Shadowheart : ท่านมีสหายแสนอันตราย
Durge : สหายแสนอันตรายนี้จำเป็นต่อการต่อสู้
Shadowheart : ก็จริงอยู่ การต่อสู้ครั้งต่อไปน่าจะมีอีกมาก ให้ข้าไปกับท่านเถอะ เราต้องออกจากยานลำนี้ คอยดูแลหลังให้กันและกัน
Durge : ได้สิ ไปด้วยกันเถอะ ข้าคือ The Dark Urge
Shadowheart : ซักครู่หนึ่งนะ

Shadowheart เดินไปเก็บวัตถุประหลาด” (Mysterious Artefact) อันหนึ่งในโลงที่เธอออกมา
Durge : นั่นคืออะไร
Shadowheart : ไม่มีอะไร เชื่อข้าสิ (MTK :มีซัมติงแน่นอนทรงนี้)
Lae’zel : หยุดคุยกันได้แล้ว เราต้องไปที่แท่นควบคุมยาน (Helm)เดี๋ยวนี้ !
Shadowheart : นางพูดถูก ไปกันเถอะ

แน่นอนว่าแท่นควบคุมยังรอได้ เราไปเก็บของต่อในอีกห้องด้านบน จะมีศพให้ลูทของและมีอีเว้นท์น่าสนใจ

  1. ศพแรกจะมีกุญแจไว้เปิดหีบบนโต๊ะของห้องที่เราช่วย Shadowheart ได้เมื่อกี้นี้
  2. ตรงกลางห้องจะมีเชลยที่ถูกขังไว้ เป็นผู้หญิงท่านหนึ่ง

และมีแท่นควบคุมอยู่ด้านหลัง ด้วยความเป็นคนดีย์ Durge เลยจัดการวางมือลงไปหวังว่าจะได้ปลดปล่อยเชลยอีกหนึ่งท่าน
ทว่า ก็เกิดเสียงประหลาดเกิดขึ้นในโลงที่ขังผู้หญิงคนนั้นและทุกคนก็พบว่า นางได้กลายเป็น….

…Mind Flyer

Lae’zel : Kaincha ! แค่ดึงแท่นนั้น ได้อย่างไรกัน ถ้าเราไม่ถูกชำระล้าง อาจจะกลายเป็นชะตาของเราก็ได้


3. ศพที่อยู่หลังแท่นควบคุม จะมีรูน(Eldritch Rune) ไว้ใส่สล็อตแท่นควบคุมของ Shadowheart อยู่

แนะนำ Companion : Shadowheart

  • เผ่า High Half-Elf สังกัด Shar
  • อาชีพ: Cleric (Trickery Domain)
  • สไตล์การเล่น: เน้นฮีล + บัพให้เพื่อน
  • อาวุธแนะนำ: simple weapon/martial weapon
  • จุดเด่น: มี heal ตั้งแต่ต้นเกม และสกิลช่วยทอยเต๋าทีม
  • ความสัมพันธ์: สามารถจีบ (Romance) ได้!
  • ลักษณะเด่น : Civil Militia เชี่ยวชาญด้านการใช้อาวุธมือเดียวและโล่ห์ได้ ,Darkvision มองเห็นในที่มืดได้ดีเพราะเป็นครึ่งเอลฟ์, Fey Ancestry สามารถป้องกันการถูกเวทย์ Charm/Sleep ได้มากขึ้น , Fear of Wolves ถ้าเจอหมาป่าในระยะจะมีสภาพ Frightened

เกร็ดเนื้อหา (Lore): ทำไม Shadowheart ถึงเกลียด Lae’zel?

หากสังเกตดีๆ สองคนนี้จะตีกันตลอดเวลา สาเหตุหลักมาจากการที่ ภารกิจลับ ของ Shadowheart นั้นเคยต้องปะทะกับเผ่า Githyanki มาก่อน ทำให้เธอมีความระแวงฝังลึก ประกอบกับนิสัยของ Lae’zel ที่มักจะหยิ่งผยอง มองเผ่าพันธุ์อื่นต่ำต้อยกว่า และทำทุกอย่างเพื่อบรรลุเป้าหมายโดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม เคมีของทั้งคู่จึงเหมือนน้ำกับน้ำมันนั่นเองค่ะ

ตอนต่อไป , สารบัญ BG3 (The Dark Urge)

Top pick for you

You may also like

update 21/06/2026
เขียนโดยเหมียวตากลม
กลับมาเล่น Baludur’s Gate 3 ใหม่ โหมด Tactician : The Dark Urge route จ้าทุกคน ขออนุญาติเรียกน้อง The Dark Urge สั้นๆว่า น้อง Durge ละกันนะ XD

⚠️ หมายเหตุ: บทความนี้ Spoil 100% จ้า! ใครที่อยากลุยเพื่อรับประสบการณ์ด้วยตัวเอง แนะนำให้ไปลองเล่นดูก่อนน้า จะได้ไม่เสียอรรถรส (เหมียวตากลมเตือนแล้วนะ!)

🩸 ลืมตาตื่นในยานมรณะ Mind Flayer

The Dark Urge ลืมตาตื่นในยานของ Mind flayer

จุดเริ่มต้นของเราเปิดฉากขึ้นเมื่อ Durge ตื่นขึ้นมาจากภาชนะกักขังในยานของพวก Mind Flayer เสียงในหัวของเราดังก้องราวกับกลองที่ถูกตีด้วยความบ้าคลั่งและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของโลหิตสีแดงฉาน ความรู้สึกนี้มันบดบังความจริงว่าเราคือใคร ดูเหมือนว่าความทรงจำส่วนใหญ่จะขาดหายไป หรือไม่ก็มีอะไรบางอย่างถูกซ่อนเอาไว้ในส่วนลึกของจิตใจ

The Dark Urge จำอดีตอันมืดมนไม่ได้

ตัวเราแทบไม่เหลือความทรงจำอะไรในหัวเลยนอกจาก “ชื่อ” และอาการปวดศีรษะที่เล่นงานอย่างหนัก แต่เราจะมัวมานั่งนึกให้ออกตอนนี้ไม่ได้ เพราะเรากำลังตกอยู่ในอันตราย! สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือต้องหาทางเอาชีวิตรอดและหนีออกไปจากสถานที่แห่งนี้ให้ได้ก่อน

💰 ก้าวแรกของการเอาชีวิตรอด

ในห้องแรกที่เราตื่นขึ้นมานั้น จะยังไม่ค่อยมีอะไรให้สำรวจมากนักค่ะ จะมีแค่อ่างที่ใส่ลูกอ๊อด (Tadpole) และระเบียงชั้นสองที่จะมีไอเทมเล็กๆ น้อยๆ ให้เก็บไปขาย (เช่น Onyx, Gold) ทริคเล็กๆ: อย่าลืมเดินลูทของจากศพรอบๆ ไปด้วยนะคะ โดยเฉพาะใครที่เล่นระดับความยากแบบ Tactician การฟาร์มเงินเก็บไว้ซื้อยาและเสบียงตั้งแต่ต้นเกมคือสิ่งจำเป็นมากๆ

🧠 ช่วยเหลือ “Us” สหาย(สมอง)น้อยตัวแรก

เมื่อเราเดินเข้าสู่ห้องถัดไป ให้จัดการลูทของจากศพก๊อบลินตามสเตป จากนั้นเดินขึ้นไประเบียงชั้นสอง เราจะพบกับศพหนึ่งศพพร้อมกับเสียงปริศนาที่ดังลอยแทรกเข้ามาในหัว: “ใช่แล้ว ท่านมาเพื่อช่วยเหลือเราจากที่แห่งนี้ ปลดปล่อยเราออกจากตรงนี้…ได้โปรด ก่อนที่พวกเขาจะกลับมา พวกเขาจะกลับมา”

เสียงเล็กๆดังก้องกังวาล ขอความช่วยเหลือ ดังมาจากร่างหนึ่งที่ไร้วิญญาณไปแล้ว

หากตัวละคร Durge ของเรามีค่า Intelligence (INT) ที่สูง จะรับรู้ได้ทันทีว่าเจ้าสิ่งที่หน้าตาเหมือนก้อนสมองนี้คือ Intellect Devourer ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นลูกสมุนของ Mind Flayer ที่จับตัวเรามานั่นเอง เจ้าสมองน้อยจะขอร้องให้เราช่วยดึงมันออกมาจากศพ

ตรงนี้เกมจะเปิดโอกาสให้เราเลือกทอยเต๋าตามความถนัด หากตัวละครมีค่า INT ก็สามารถเลือกใช้ Investigation เพื่อตรวจสอบก่อนได้ ซึ่งจะพบว่าส่วนของเนื้อเยื่อสมองมีอาการบวมอยู่ จังหวะนี้การประเมินรอยโรคและทอยเต๋าใช้ทักษะ Medicine ในการกดให้ยุบบวมและผ่าตัดดึงสมองออกจากร่างต้นอย่างระมัดระวัง จะช่วยให้ดึงน้องออกมาได้สำเร็จอย่างปลอดภัย

The Dark Urge ลังเลใจอยู่ว่าจะ “ไว้ชีวิต” หรือ “ทำลายทิ้ง” ดี

หลังจากดึงออกมาได้แล้ว เราจะสามารถเลือกต่อได้ว่าจะฆ่าทิ้งคามือเลยดีไหม หรือจะปล่อยมันไป ซึ่งเหมียวตาหวานแนะนำให้ ไว้ชีวิต ค่ะ เพราะเจ้าสมองน้อยตัวนี้จะแนะนำตัวเองว่าชื่อ “Us” และจะร่วมเดินทางไปกับเราในยานลำนี้ชั่วคราว (หลายหัวช่วยกันตีย่อมดีกว่าหัวเดียวแน่นอน!)

พันธมิตรคนแรกของทีม The Dark Urge

Us: “ท่านได้ยินหรือไม่ เราไม่อาจรอดชีวิตได้ถ้ายังอยู่ เราต้องควบคุมยานลำนี้-เราต้องออกจากที่นี่”

ตรงจุดนี้เรายังสามารถเลือกได้อีก ว่าจะให้ Durge พา Us ไปด้วยกัน ปฏิเสธไม่ให้ตาม หรือแม้กระทั่งหักหลังเลือกฆ่าทิ้งเลยก็ยังได้! ช่างเป็นการทำข้อสอบที่เราสามารถเหลี่ยมใส่ NPC ได้ตลอดจริงๆ

Us ได้เข้ามาปาร์ตี้เดียวกันกับน้อง Durge แล้ว

ระหว่างที่ Durge และ Us กำลังเร่งฝีเท้าไปยังหัวเรือ (Helm) ของยาน ก็ปรากฏร่างๆ หนึ่งกระโดดลงมาขัดขวางระหว่างทาง Githyanki นักรบหญิงตนหนึ่ง เงื้อดาบเล่มยาวใส่พร้อมกับข่มขู่

“นี่คือจุดจบของเจ้า!”

Githyanki นามว่า Lae’zel ชักอาวุธออกมาเตรียมสู้

แต่ยังไม่ทันได้ลงดาบ ในหัวของ Durge ก็เกิดอาการปวดแปลบขึ้นมา ภาพของปีกมังกร ดาบเงิน และใบหน้าหนึ่งแวบเข้ามาในหัว ดูเหมือน Githyanki ตนนั้นก็เกิดอาการเชื่อมต่อทางจิตเช่นเดียวกัน

Lae’zel: “หัวข้า นี่มันคือ….อ๊ากก เจ้าไม่ใช่ทาสนี่ Vlaakith อวยพรให้ข้าวันนี้! เราจะรอดไปด้วยกัน”

Lae’zel ดีใจที่ได้เจอผู้ร่วมชะตาเดียวกัน นางเก็บดาบเข้าฝักแล้วเปิดอกพูดคุยกับเราอย่างตรงไปตรงมา

Lae’zel: “เราต่างมีปรสิต Mind Flayer อยู่ จนกว่าเราจะหนีได้ จนกว่าเราจะถูกชำระ มิฉะนั้นร่างกายและจิตใจของเราจะต้องมลทินและบิดเบี้ยว ภายในไม่กี่วัน เราจะกลายเป็น Ghaik (Mind Flayer)” Lae’zel: “เราทำอะไรไม่ได้ จนกว่าจะหนีให้พ้นก่อน อันดับแรกเราต้องกำจัดพวกอิมป์ (Imps) แล้วค่อยไปที่หัวยานเพื่อควบคุมมัน”

พอ Lae’zel เหลือบไปเห็น Us นางก็เอ่ยขึ้นว่า “เจ้าสิ่งนั้น มันยังเชื่อว่าเราเป็นทาสของมันอยู่ มันอาจจะมีประโยชน์ในการต่อสู้ที่กำลังจะมาถึง”

⚔️ การต่อสู้กับ Imps (Tactician Mode)

หลังจากนั้น Lae’zel จะเข้าร่วมปาร์ตี้กับ Durge และ Us เพื่อจัดการพวกอิมป์

  • เนื้อหาเสริม: แม้ในความยากระดับ Tactician เลือดของศัตรูจะเยอะขึ้นและตีแรงขึ้น แต่ไฟต์นี้ยังจัดการได้ไม่ยากนัก แนะนำให้ใช้ Us วิ่งเข้าไปเป็นตัวแทงค์หรือทำ Flanking (ขนาบข้าง) เพื่อให้เราตีได้เปรียบ (Advantage) แค่รุมสับแป๊บเดียวก็ชนะแล้ว ที่สำคัญ อย่าลืมกดลูท (Loot) ของจากศพทุกตัว เพราะอาวุธและทองช่วงต้นเกมสำคัญมาก!

🛡️ แนะนำ Companion: Lae’zel (ไลเซล)

Companions คนแรกของเกม ผู้ใฝ่ฝันอยากเป็นนักรบขี่มังกรแดงในตำนาน (Githyanki Rider)

  • อาชีพ: Fighter (ไฟต์เตอร์)
  • สไตล์การเล่น: ดุดันไม่เกรงใจใคร เป็นตัวแบก (Carry) ดาเมจให้กับทีมเราในอนาคตได้อย่างดีเยี่ยม
  • อาวุธแนะนำ: ดาบสองมือ (Two-handed weapon)
  • จุดเด่น: การมีสกิล Action Surge (ได้แอคชั่นโจมตีเพิ่มอีก 1 ครั้งในเทิร์นนั้น) จะทำให้ทีมเราได้เปรียบอย่างมาก โดยเฉพาะการตัดกำลังศัตรูตั้งแต่เทิร์นแรก
  • ความสัมพันธ์: สามารถจีบ (Romance) ได้!

Stats เริ่มต้น (เลเวล 1):

  • STR: 17 | DEX: 13 | CON: 14 | INT: 11 | WIS: 12 | CHA: 8

📖 เกร็ดความรู้เสริม (Lore & Reference)

  • Vlaakith (วลาคิธ) คือใคร?: ราชินีผู้เป็นดั่งเทพเจ้าของเผ่า Githyanki เป็นผู้คุมกฎและเป็นศูนย์รวมจิตใจของเผ่าพันธุ์ทั้งมวล การที่ Lae’zel เอ่ยชื่อเธอ แสดงถึงความศรัทธาอันแรงกล้า
  • Ghaik (ไกห์ค): เป็นภาษา Githyanki ที่ใช้เรียกพวก Mind Flayer (จอมขมังเวทย์อิลลิธิด) ซึ่งเป็นเผ่าพันธุ์คู่อาฆาตที่เคยจับพวก Githyanki เป็นทาสในอดีตกาล
  • Reference แนะนำ: หากอยากอ่านประวัติศาสตร์ความแค้นระหว่าง Githyanki และ Mind Flayer แบบเจาะลึก แนะนำให้ลองค้นหาหนังสือภายในเกมที่ชื่อว่า “The Githyanki: A History” หรืออ้างอิงข้อมูลลอร์เพิ่มเติมได้จาก Forgotten Realms Wiki

#BaldursGate3 #BG3 #TheDarkUrge #TacticianMode #บทสรุปเกม #Meowtaklom #เกมสวมบทบาท

ตอนถัดไป , ,สารบัญ BG3 (The Dark Urge)

Top pick for you

You may also like

last update 15 june 2026 by meowtaklom

อดีต The Haunt one :

The Dark Urge จักได้ยินแต่เสียงที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดกระซิบว่า “ฆ่า ฆ่า ฆ่าอีกครั้งสิ ร่างกายข้านั้นปราถนาความตายในโลกนี้ และเมื่อมีเสียงกระตุ้นเรียกร้อง นี่คือตัวตนของทั้งหมดของข้า บาดเจ็บเกินจะเยียวยา ข้าไม่รู้เรื่องอะไรมากกว่านี้ ข้าต้องต่อต้านการกระตุ้นในความมืด ก่อนที่มันจะกัดกลืนข้า ข้าต้องค้นหาว่าตัวข้านั้นคือใคร เกิดอะไรขึ้นกับข้า ก่อนที่จะมือคู่นี้จะเป็นคมดาบสร้างโศกนาฎกรรมที่นองไปด้วยเลือด”

  • the Dark Urge ตัวเกมจะให้อิสระแก่ผู้เล่นมาก สามารถปรับหน้าตา เผ่าตัวละคร อาชีพได้อย่างอิสระ โดยที่ Original ของตัวละครนี้จักเป็น White Dragonborn สาย Sorcerer
  • เหมียวตากลม รู้สึกแปลกตากับหน้าตาของตัวละคร Dragonborn ประกอบกับตัวเองอยากได้ตัวละครวายร้ายสายโฉด จึงปรับใหม่มาเป็น Lolth-Sworn Drow เพิ่มเติมคือยังคงเหลือความเป็น dragonborn ไว้เลยมีครีบมังกรของ Copper dragon ปรากฏอยู่ และให้เป็นอาชีพ sorcerer ตามเดิม

Loth-Sworn Drow คือเผ่าอะไร

  • เป็นคลาสย่อยของ Drow ในโลกของ BG3 ที่เป็นเผ่าใต้พิภพ ผู้บูชาลัทธิ Lolth (ราชินีแมงมุม) ในเมือง Menzoberranzan มีความสามารถในการมองเห็นในที่มืด และมีลักษณะเด่นที่ผิวคล้ำ ผมสีขาว และนัยน์ตาสีแดง

The Dark Urge ของเหมียวตากลม

เมื่อสร้างตัวละครเสร็จเราก็มาลุยกันต่อว่า The Dark Urge จะผจญภัยในความโหดร้ายของ BG3 Tactician mode รอดหรือไม่ มาลุยกันต่อในตอนถัดไปค่า

Tactician mode คืออะไร ยากแค่ไหน

Tactician mode จะต่างกับ Balanced mode ตรงที่

  • NPC ทุกตัวจะมีค่าเลือดเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่ค่าเลือดจะเพิ่มมาประมาณ 20-30%
  • อุปนิสัยของ NPC จะดูดุร้ายง่ายมากขึ้น เน้นไปจัดการผู้ใช้เวทย์มากขึ้น และจัดการศัตรูที่ติดสตันหรือล้มลงมากขึ้น (เน้นตัวตายง่ายให้ตายไวขึ้นนั่นเอง)
  • ถ้า NPC สามารถโจมตีพิเศษได้ ก็มีโอกาสจะร่ายเวทย์หรือโจมตีพิเศษใส่แก๊งค์ผู้เล่นมากยิ่งขึ้น
  • ตั้งแคมป์ ต้องใช้เสบียงมากกว่าปกติจาก 40 เป็น 80 แทน

ส่วน Honor mode คือโหมดยากสุดในเกม เล่นแล้วย้อนเซฟไม่ได้ ซึ่งยากจริงๆ

ตอนต่อไป ,สารบัญ BG3 (The Dark Urge)

Top pick for you

You may also like

Update 15 June 2026

สวัสดีค่า เพื่อนๆชาวเกมเมอร์ทุกคน วันนี้ เหมียวตากลมจะมาขอเริ่ม Project Baldur’s Gate 3 ที่เราเล่นเกมนี้จบมาเป็นคนดีแล้ว 2 รอบถ้วน รอบ 3 นี้เลยตั้งใจจะมาเล่นเวอร์ชั่นคนดีย์ Dark Urge ตัวละครสุดดาร์ก ปริศนาที่มีเนื้อเรื่องน่าค้นหา ลึกลับ และน่าสนใจ * *

  • เกม Baldurgate’s 3 เรื่องราวจะเป็นอย่างไร เหมียวตากลมจะขอมาเล่าเรื่องราวตอนต้นของเกมภาค 3 นี้กัน..

ฝันร้ายบนยานต่างมิติ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ยานบินประหลาดที่ขับเคลื่อนด้วยพลังจิตเหนือธรรมชาติ(Nautiloid) บนยานนั้นปรากฏร่างอมนุษย์ Mind flayer ผู้น่าเกรงขามและชวนขนหัวลุกกำลังยืนนิ่งอยู่ข้างอ่างปริศนาที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆรูปร่างเรียวยาวอวบอ้วนกำลังหยุกหยิกราวกับหนอนมีหนวด(Tadpole)

Mind Flayer และอ่างปริศนาที่เต็มไปด้วยหนอนปรสิต (Tadpole)

Mind Flayer ตนนั้น ได้เอื้อมมือไปหยิบเจ้าหนอนปริสิตในอ่างขึ้นมาตัวหนึ่ง ก่อนที่จะเดินตรงรี่ไปยังผู้เคราะห์ร้ายหมายเลขหนึ่ง ที่ถูกนอนขังอยู่ในโลงผนึก เธอคือหญิงสาวผู้มาจากเผ่า Githyanki ที่กำลังสะลึมสะลือตื่นมาพอดี

Mind Flayer ตนนั้น ได้จัดการปล่อยหนอนน้อยปรสิตเข้าไปในหัวของ Githyanki ผู้โชคร้ายตนนั้นได้สำเร็จ

ต่อมา เราผู้เล่น (Player) ผู้มีส่วนร่วมหนึ่งในพยานที่ได้เห็นพิธีกรรมอันโหดร้ายนี้อย่างใกล้ชิด และแน่นอนว่า เรากำลังจะกลายเป็น “ผู้เคราะห์ร้ายหมายเลขสอง”

Mind Flayer ตนเดิมได้เดินกลับไปหยิบหนอนปรสิตอีกตัวขึ้นมาจากอ่าง และค่อยๆส่งน้องอวบอ้วนตัวหนึ่งเข้ามาในดวงตาเราอย่างช้าๆ…ความเจ็บปวดแล่นลิ้วเข้าสู่สมอง พร้อมๆกับสติที่ค่อยๆดับวูบลง

Mind Flayer คือใคร

Mind flayers หรือเรียกกันว่า illithids (แปลว่า mind flayer หรือ mind ruler ในภาษา undercommon) และบางครั้งจะถูกเรียกว่า ghaik โดย githyanki เป็นตัวตนที่สื่อถึงอมนุษย์ที่มาจากโลกต่างมิติที่มีพลัง psionic ซึ่งเป็นพลังที่สามารถทำสิ่งเหนือธรรมชาติด้วยการใช้จิต พวกเขาจะใช้พลังของตนปกครองชีวิตอื่นๆแล้วใช้จิตควบคุมให้กลายเป็นทาส กัดกลืนจิตใจและควบคุมสมองของทาสทั้งๆที่เจ้าตัวก็ยังมีชีวิตอยู่

ที่มา : https://forgottenrealms.fandom.com/wiki/Mind_flayer

Githyanki คือใคร

Githyanki เป็นเผ่าพันธ์ที่มาจากโลกทิพย์ (Astral Plane) ผู้รอดพ้นจากการล่าทาสของ Mind Flayers พวกเขามีนักรบที่แข็งแกร่ง และออกไล่ปล้นชิงทรัพย์สินและอารยธรรมต่างๆ ทั้งต่างโลกต่างมิติ ดั่งที่เราเห็นในฉาก intro ว่า นักรบ Githyanki สามารถขี่มังกรออกไล่ล่ายาน Mind Flayers ได้เลยทีเดียว


ที่มา https://forgottenrealms.fandom.com/wiki/Githyanki

Top pick for you

You may also like

ในเกม Overwatch เป็นเกมแนว FPS ที่ออกแบบตัวละครให้เล่นหลากหลายทำหน้าที่เฉพาะเจาะจง ดังนี้นการเลือกฮีโร่มาอยู่ในทีมเดียวกัน จึงควรจะเลือกกลุ่มฮีโร่ที่มีแนวทางการต่อสู้สอดคล้องไปด้วยกัน ซึ่งเรียกกันว่า Team Composition หรือ Comp นั่นเอง ถ้าเราจัดทีมดี โอกาสชนะก็จะมีมากขี้นตามไปด้วย

Comp หลักๆ ใน Overwatch แบ่งออกเป็น 3 สไตล์ ได้แก่

  1. Brawl /Rush Comp (สายชน)
    • เน้นปะทะระยะประชิด (Close combat) เหมาะกับฮีโร่ถึก และเคลื่อนที่ไปเป็นกลุ่มก้อน
    • ฮีโร่ :Reinhardt ,Ramattra,Mei,Reaper,Lucio,Moira
    • Comp นี้เหมาะมากในพื้นที่แคล หรือจุดที่ต้องยึดพื้นที่ (objective)
  2. Dive Comp (สายล้วง)
    • เน้นเคลื่อนที่เร็ว แล้วโดดฝ่าแนวป้องกันศัตรู ไปตบเป้าหมายด้านหลัง(Backline) โดยเฉพาะซัพ
    • ฮีโร่ : Winston,D.Va,Doomfist,Tracer,Genji,Ana,Kiriko
    • Comp นี้ จัดการพวกแหลม หรือศัตรูด้านหลังได้เร็ว ทำให้การันตีชนะไฟท์ได้เลย เพราะทีมไม่มีฮีล เหมาะกับ map ที่เล่นพื้นที่ต่างระดับ มีสองชั้น เพราะโดดไปจัดการตัวเลือดน้อยได้เลย
  3. Poke/Spam Comp (สายตอด)
    • เน้นทำความเสียหายจากการสร้างระยะ (long-range damage) ค่อยๆกดดัน ทลายโล่และให้ศัตรูเสียพื้นที่
    • ฮีโร่ : Sigma,Widowmaker,Hanzo,Ashe,Zenyatta,Illari
    • Comp นี้ จัดการศัตรูไปด้วยกัน เน้นศัตรูตายก่อนถึงตัว เหมาะกับ map ยาว และพื้นที่เปิดโล่ง

Top pick for you

You may also like

หมายเหตุ ดีใจมากที่ Fate Stay Night REMASTERD ลงใน steam แล้ว ได้ฤกษ์กลับมาเล่นใหม่แบบถูกลิขสิทธิ เสียที ไหนๆ แล้วเลยมาเล่าให้ทุกคนฟังเลยละกัน ดังนั้นเหมียวตากลมจึงขอบอกทุกท่านว่า สปอยล์เนื้อเรื่องแน่นอน 100 % ใครไม่เคยเล่น แนะนำซื้อลดราคาดูนะ ดีงามมาก

อารัมบท

ในบทนำนี้ เราจะได้รับรู้ผ่านมุมมองตัวละครที่ชื่อว่า โทซากะ ริน  (ญี่ปุ่น: 遠坂 凛; โรมาจิ: Tōsaka Rin) 

รินจะเล่าถึงอดีตเมื่อสิบปีก่อนสั้นๆว่า เธอและพ่อของเธอบอกลากัน พ่อรินจากไปหลังจากได้เข้าร่วมสงครามจอกศักดิ์สิทธิ ที่มีผู้เข้าร่วมทั้งหมด 7 คน และมีเพียงผู้พิชิตจอกคนเดียวเท่านั้น ที่จักอยู่รอด…

พ่อรินเป็นหนึ่งในคนที่พ่ายแพ้สงครามจอกศักดิ์สิทธินั่นเอง

ด้วยเหตุนี้ ในฐานะผู้สึบทอดของตระกูล รินจึงได้รับบทบาทเป็นว่าที่เมจผู้แข่งขันชิงจอกศักดิ์สิทธิครั้งถัดไปนี่เอง

“ฉันจะพยายามทำให้ดีทุกอย่าง เพื่อที่จะได้เป็นจอมเวทย์ผู้คู่ควร..”

“สิบปีก่อน พ่อของริน บอกลาอย่างไม่มีวันหวลกลับ”

วันที่ 31 เดือน มกราคม

กลับสู่ปัจจุบัน รินตื่นขึ้นมาในคฤหาสน์หลังใหญ่ของตระกูลโทซากะ ผ่านทางนาฬิกาปลุก และเริ่มดำเนินชีวิตประจำวันของนักเรียนทั่วไป คืออาบน้ำ แปรงฟัน แล้วเดินไปโรงเรียน

ช่วงอารัมบทนี้ จะเห็นว่าเหมือนกับเกม slice of life ทั่วๆไป แนะนำบ้าน เดินทางไปโรงเรียน แนะนำตัวละครในเกม จะมีเพียงเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย นิดหน่อย ต่างกับเด็กทั่วไป คือ รินเป็นเมจฝึกหัด เธอจะร่ายคาถาป้องกันคนบุกรุกเข้าบ้านก่อนไปโรงเรียน

เพื่อนสนิทคนหนึ่งของรินชื่อว่า อายาโกะ มิทสุซุริ (Ayako Mitsuzuri ,.美綴 綾子) เป็นนักเรียนชั้น ม. 6(2-A) เป็นกัปตันชมรมยิงธนู มาแต่เช้าเพราะทำกิจกรรมชมรม ในช่วงนี้เธอจะชวนรินจิบชา คุยสัพเพเหระเรื่องว่าใครจะมีแฟนก่อนกัน

หมายเหตุ ในเวอร์ชั่นแปลอังกฤษ รีมาสเตอร์ จะเรียกชมรมยิงธนูว่า Kyudo Club ซึ่งหมายถึง ชมรมยิงธนูแบบญี่ปุ่น (弓道 – Kyūdō)

ระหว่างที่รินและอายาโกะกำลังเม้ามอยกัน สมาชิกชมรมคนสำคัญคนหนึ่งก็ปรากฎตัวออกมา นั่นคือ

มาโต้ ซากุระ นั่นเอง (ญี่ปุ่น: 間桐 桜; โรมาจิ: Matō Sakura)

มาโต้ ซากุระ รุ่นน้องปีหนึ่งที่อยู่ในชมรมธนู

รินจะบอกลาทุกคนไป เพราะเกรงใจเนื่องจากช่วงนี้ สมาชิกชมรมจะเริ่มทำการฝึกกัน หลังจากออกจากออกไป พี่ชายคนที่รินไม่อยากจะเจอหน้า ได้โผล่ออกมาทักทาย

มาโต้ ชินจิ พี่ชายของซากุระ

มาโต้ ชินจิ ผู้เป็นพี่ชายของซากุระ ได้กล่าวทักทายรินอย่างมั่นใจเต็มเปี่ยม ว่าสาวน้อยของเราจะสนใจเขาเต็มที่ เพราะเขาสังเกตเห็นว่า ช่วงเย็นมักจะพบรินแถวๆโรงฝึกยิงธนู ซึ่งโชคร้ายที่ รินเราไม่เล่นด้วย เธอบอกปัดปฏิเสธอย่างถนอมน้ำใจ ชินจิก็ยังตอแยอยู่ จนทำให้รินต้องปฏิเสธเขาไปตรงๆ ตั้งแต่ต้นเกม

หลังจากเดินหนึชินจิออกมา รินได้ขึ้นไปยังอาคารเรียนและได้พบกับอาจารย์ไทกะ

อาจารย์ไทกะ มาโรงเรียนแต่เช้า เพราะเธอเป็นที่ปรึกษาชมรมยิงธนูนั่นเอง รินทักทายอาจารย์พอเป็นพิธี แล้วเธอก็ได้เจอกับประธานนักเรียน ที่ชื่อ อิซเซ ริวโด (Isse Ryuudou) คุยกันเล็กน้อยจะได้รู้ว่า รินอยู่ชมรมกลับบ้าน ระหว่างที่คุยกันจะได้พบกับ พระเอกของเรื่อง เอมิยะ ชิโร่ (ญี่ปุ่น: 衛宮 士郎; โรมาจิ: Emiya Shirō)

ประธานนักเรียน อิซเซ ริวโด
พระเอกของเรื่อง เอมิยะ ชิโร่

ด้วยความเป็นตระกูลใหญ่ ลูกคุณหนู รินจึงสวมบทบาทเป็นนักเรียนม.ปลายผู้แสนน่ารักและทรงเสน่ห์ ใจดีกับเพื่อนๆ ทำให้เด็กนักเรียนชายหลงรัก และเป็นที่อิจฉาของบรรดานักเรียนหญิง แต่โดยส่วนตัวแล้ว รินมักชอบครุ่นคิดอะไรเงียบๆคนเดียวเรื่อยเปื่อยมากกว่า เลยไปซื้อขนมปัง ไปทานคนเดียวอบนดาดฟ้าโรงเรียน

โทซากะ ริน ตัดสินใจเป็นนักเรียนธรรมดา เรียนเก่งระดับท๊อบโรงเรียน ปกปิดความจริงว่าเป็นนักเวทย์ เลยหลีกเลี่ยงการคบหาลึกซึ้ง

วันนี้ดูสงบเรียบร้อยดี โทซากะ รินเดินกลับบ้านทันทีหลังชั่วโมงโฮมรูมเสร็จสิ้น

เมื่อรินถึงบ้าน ก็พบว่าโทรศัพท์บ้าน มีข้อความเสียงฝากถึงเธอ มาจากคิเรย์ บาทหลวงประจำเมือง

คิเรย์ : นี่ฉันเอง แค่อยากให้เธอตระหนักว่า พรุ่งนี้เป็นวันครบกำหนดแล้วนะ ริน เราอาจจะเกิดปัญหาได้นะ ถ้าเธอเลื่อนมันอีก เหลืออีกแค่สองจุดแล้ว ฉันต้องรับรองเหล่ามาสเตอร์ตามลำดับนะ..

คิเรย์ : ถ้าเธอไม่อยากจะเป็นมาสเตอร์แล้วล่ะก็ บอกให้ฉันรู้วันนี้นะ มันต้องใช้เวลาหาตัวแทนมาสเตอร์ใหม่

โกหกน่า รินคิด อย่างไรเขาก็น่าจะมีสำรองเผื่อไว้อยู่แล้่ว

คิเรย์ : เธอมีเวทย์คำสั่ง (command spell) อยู่แล้ว อัญเชิญผู้รับใช้(Servant) แล้วสร้างพันธะได้แล้ว ถ้าเธอไม่อยากเป็นส่วนหนึ่งของสงครามจอกศักดิ์สิทธินี้ ให้รีบมายังโบสถ์โดยเร็ว

แล้วก็สิ้นสุดข้อความเสียงที่ฝากไว้ในโทรศัพท์

สรุปคือ วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่รินจะอัญเชิญ Servant (ผู้รับใช้) มาเพื่อเข้าร่วมสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งโชคดีที่เมื่อวานรินได้ถอดรหัสของพ่อที่ทิ้งไว้ให้ ในการเตรียมตัวทำพิธีเชิญพื่อที่จะเอาชนะศึกนี้ให้ได้ ซึ่ง Servant ที่สุดแกร่งที่รินอยากได้ คือ servant ที่มาจากคลาส Saber (นักดาบ) ซึ่งรินคิดว่า การจะอัญเชิญมาได้นั้นต้องประกอบไปด้วยสัญลักษณ์ และของประกอบอัญเชิญที่เกี่ยวข้องกับ Servant ของคนนั้นๆ ยิ่งเป็นของล้ำค่า เกี่ยวข้องกับ Servant นั้นๆโดยตรง โอกาสที่จะเชิญมาได้ก็จะยิ่งมีมากขึ้น

รินไปพบจี้ในชั้นใต้ดินของคฤหาสน์ ซึ่งคิดว่าจะช่วยได้ และรอเวลาอันเหมาะสม คือ เวลาตีสอง ซึ่งคิดว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมกับการอัญเชิญที่สุด

รินเขียนเวทย์บนพื้นของห้องใต้ดิน และทำการอัญเชิญ

เมื่อทำพิธีอัญเชิญเสร็จแล้ว รินพบกับความว่างเปล่า ไม่พบ survant ที่เธอคาดแต่อย่างใด

แต่เธอกลับได้ยินเสียงดังบนคฤหาสน์ดังลั่น เลยตกใจมาก รีบขึ้นบันไดขึ้นไปดู และพบว่า

servant ที่เธออัญเชิญมานั้น นั่งรออยู่..

วินาทีนั้นเอง รินได้หันไปดูนาฬิกาของพ่อ แล้วพบว่าหน้าปัดมันยังเป็น 1 นาฬิกาอยู่

เธอพลาดเวลาสุดสำคัญ ในการอัญเชิญ servant ของเธอไป

และชายตรงหน้านี้คือ servant ของเธอ

ริน : เจ้าคือตัวอะไร ???

Servant : ดูเหมือนว่าข้าจะได้ master ที่ดูไม่ได้เรื่องเท่าไรเลยนะ

ชายเสื้อคลุมสีแดงมองมาที่เธออย่างหงุดหงิด

ริน : แค่ถามเฉยๆ เจ้าเป็น servant ของข้าใช่หรือไม่

Servant : นั่นก็คือสิ่งที่อยากจะถามเหมือนกัน เจ้าเป็น master ของข้าอย่างนั้นหรือ…

Top pick for you

You may also like