update 21/06/2026
เขียนโดยเหมียวตากลม
กลับมาเล่น Baludur’s Gate 3 ใหม่ โหมด Tactician : The Dark Urge route จ้าทุกคน ขออนุญาติเรียกน้อง The Dark Urge สั้นๆว่า น้อง Durge ละกันนะ XD
⚠️ หมายเหตุ: บทความนี้ Spoil 100% จ้า! ใครที่อยากลุยเพื่อรับประสบการณ์ด้วยตัวเอง แนะนำให้ไปลองเล่นดูก่อนน้า จะได้ไม่เสียอรรถรส (เหมียวตากลมเตือนแล้วนะ!)
🩸 ลืมตาตื่นในยานมรณะ Mind Flayer

จุดเริ่มต้นของเราเปิดฉากขึ้นเมื่อ Durge ตื่นขึ้นมาจากภาชนะกักขังในยานของพวก Mind Flayer เสียงในหัวของเราดังก้องราวกับกลองที่ถูกตีด้วยความบ้าคลั่งและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของโลหิตสีแดงฉาน ความรู้สึกนี้มันบดบังความจริงว่าเราคือใคร ดูเหมือนว่าความทรงจำส่วนใหญ่จะขาดหายไป หรือไม่ก็มีอะไรบางอย่างถูกซ่อนเอาไว้ในส่วนลึกของจิตใจ

ตัวเราแทบไม่เหลือความทรงจำอะไรในหัวเลยนอกจาก “ชื่อ” และอาการปวดศีรษะที่เล่นงานอย่างหนัก แต่เราจะมัวมานั่งนึกให้ออกตอนนี้ไม่ได้ เพราะเรากำลังตกอยู่ในอันตราย! สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือต้องหาทางเอาชีวิตรอดและหนีออกไปจากสถานที่แห่งนี้ให้ได้ก่อน
💰 ก้าวแรกของการเอาชีวิตรอด
ในห้องแรกที่เราตื่นขึ้นมานั้น จะยังไม่ค่อยมีอะไรให้สำรวจมากนักค่ะ จะมีแค่อ่างที่ใส่ลูกอ๊อด (Tadpole) และระเบียงชั้นสองที่จะมีไอเทมเล็กๆ น้อยๆ ให้เก็บไปขาย (เช่น Onyx, Gold) ทริคเล็กๆ: อย่าลืมเดินลูทของจากศพรอบๆ ไปด้วยนะคะ โดยเฉพาะใครที่เล่นระดับความยากแบบ Tactician การฟาร์มเงินเก็บไว้ซื้อยาและเสบียงตั้งแต่ต้นเกมคือสิ่งจำเป็นมากๆ
🧠 ช่วยเหลือ “Us” สหาย(สมอง)น้อยตัวแรก
เมื่อเราเดินเข้าสู่ห้องถัดไป ให้จัดการลูทของจากศพก๊อบลินตามสเตป จากนั้นเดินขึ้นไประเบียงชั้นสอง เราจะพบกับศพหนึ่งศพพร้อมกับเสียงปริศนาที่ดังลอยแทรกเข้ามาในหัว: “ใช่แล้ว ท่านมาเพื่อช่วยเหลือเราจากที่แห่งนี้ ปลดปล่อยเราออกจากตรงนี้…ได้โปรด ก่อนที่พวกเขาจะกลับมา พวกเขาจะกลับมา”

หากตัวละคร Durge ของเรามีค่า Intelligence (INT) ที่สูง จะรับรู้ได้ทันทีว่าเจ้าสิ่งที่หน้าตาเหมือนก้อนสมองนี้คือ Intellect Devourer ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นลูกสมุนของ Mind Flayer ที่จับตัวเรามานั่นเอง เจ้าสมองน้อยจะขอร้องให้เราช่วยดึงมันออกมาจากศพ
ตรงนี้เกมจะเปิดโอกาสให้เราเลือกทอยเต๋าตามความถนัด หากตัวละครมีค่า INT ก็สามารถเลือกใช้ Investigation เพื่อตรวจสอบก่อนได้ ซึ่งจะพบว่าส่วนของเนื้อเยื่อสมองมีอาการบวมอยู่ จังหวะนี้การประเมินรอยโรคและทอยเต๋าใช้ทักษะ Medicine ในการกดให้ยุบบวมและผ่าตัดดึงสมองออกจากร่างต้นอย่างระมัดระวัง จะช่วยให้ดึงน้องออกมาได้สำเร็จอย่างปลอดภัย

หลังจากดึงออกมาได้แล้ว เราจะสามารถเลือกต่อได้ว่าจะฆ่าทิ้งคามือเลยดีไหม หรือจะปล่อยมันไป ซึ่งเหมียวตาหวานแนะนำให้ ไว้ชีวิต ค่ะ เพราะเจ้าสมองน้อยตัวนี้จะแนะนำตัวเองว่าชื่อ “Us” และจะร่วมเดินทางไปกับเราในยานลำนี้ชั่วคราว (หลายหัวช่วยกันตีย่อมดีกว่าหัวเดียวแน่นอน!)

Us: “ท่านได้ยินหรือไม่ เราไม่อาจรอดชีวิตได้ถ้ายังอยู่ เราต้องควบคุมยานลำนี้-เราต้องออกจากที่นี่”
ตรงจุดนี้เรายังสามารถเลือกได้อีก ว่าจะให้ Durge พา Us ไปด้วยกัน ปฏิเสธไม่ให้ตาม หรือแม้กระทั่งหักหลังเลือกฆ่าทิ้งเลยก็ยังได้! ช่างเป็นการทำข้อสอบที่เราสามารถเหลี่ยมใส่ NPC ได้ตลอดจริงๆ

ระหว่างที่ Durge และ Us กำลังเร่งฝีเท้าไปยังหัวเรือ (Helm) ของยาน ก็ปรากฏร่างๆ หนึ่งกระโดดลงมาขัดขวางระหว่างทาง Githyanki นักรบหญิงตนหนึ่ง เงื้อดาบเล่มยาวใส่พร้อมกับข่มขู่
“นี่คือจุดจบของเจ้า!”

แต่ยังไม่ทันได้ลงดาบ ในหัวของ Durge ก็เกิดอาการปวดแปลบขึ้นมา ภาพของปีกมังกร ดาบเงิน และใบหน้าหนึ่งแวบเข้ามาในหัว ดูเหมือน Githyanki ตนนั้นก็เกิดอาการเชื่อมต่อทางจิตเช่นเดียวกัน

Lae’zel: “หัวข้า นี่มันคือ….อ๊ากก เจ้าไม่ใช่ทาสนี่ Vlaakith อวยพรให้ข้าวันนี้! เราจะรอดไปด้วยกัน”
Lae’zel ดีใจที่ได้เจอผู้ร่วมชะตาเดียวกัน นางเก็บดาบเข้าฝักแล้วเปิดอกพูดคุยกับเราอย่างตรงไปตรงมา
Lae’zel: “เราต่างมีปรสิต Mind Flayer อยู่ จนกว่าเราจะหนีได้ จนกว่าเราจะถูกชำระ มิฉะนั้นร่างกายและจิตใจของเราจะต้องมลทินและบิดเบี้ยว ภายในไม่กี่วัน เราจะกลายเป็น Ghaik (Mind Flayer)” Lae’zel: “เราทำอะไรไม่ได้ จนกว่าจะหนีให้พ้นก่อน อันดับแรกเราต้องกำจัดพวกอิมป์ (Imps) แล้วค่อยไปที่หัวยานเพื่อควบคุมมัน”
พอ Lae’zel เหลือบไปเห็น Us นางก็เอ่ยขึ้นว่า “เจ้าสิ่งนั้น มันยังเชื่อว่าเราเป็นทาสของมันอยู่ มันอาจจะมีประโยชน์ในการต่อสู้ที่กำลังจะมาถึง”

⚔️ การต่อสู้กับ Imps (Tactician Mode)
หลังจากนั้น Lae’zel จะเข้าร่วมปาร์ตี้กับ Durge และ Us เพื่อจัดการพวกอิมป์
- เนื้อหาเสริม: แม้ในความยากระดับ Tactician เลือดของศัตรูจะเยอะขึ้นและตีแรงขึ้น แต่ไฟต์นี้ยังจัดการได้ไม่ยากนัก แนะนำให้ใช้ Us วิ่งเข้าไปเป็นตัวแทงค์หรือทำ Flanking (ขนาบข้าง) เพื่อให้เราตีได้เปรียบ (Advantage) แค่รุมสับแป๊บเดียวก็ชนะแล้ว ที่สำคัญ อย่าลืมกดลูท (Loot) ของจากศพทุกตัว เพราะอาวุธและทองช่วงต้นเกมสำคัญมาก!
🛡️ แนะนำ Companion: Lae’zel (ไลเซล)
Companions คนแรกของเกม ผู้ใฝ่ฝันอยากเป็นนักรบขี่มังกรแดงในตำนาน (Githyanki Rider)

- อาชีพ: Fighter (ไฟต์เตอร์)
- สไตล์การเล่น: ดุดันไม่เกรงใจใคร เป็นตัวแบก (Carry) ดาเมจให้กับทีมเราในอนาคตได้อย่างดีเยี่ยม
- อาวุธแนะนำ: ดาบสองมือ (Two-handed weapon)
- จุดเด่น: การมีสกิล Action Surge (ได้แอคชั่นโจมตีเพิ่มอีก 1 ครั้งในเทิร์นนั้น) จะทำให้ทีมเราได้เปรียบอย่างมาก โดยเฉพาะการตัดกำลังศัตรูตั้งแต่เทิร์นแรก
- ความสัมพันธ์: สามารถจีบ (Romance) ได้!
Stats เริ่มต้น (เลเวล 1):
- STR: 17 | DEX: 13 | CON: 14 | INT: 11 | WIS: 12 | CHA: 8
📖 เกร็ดความรู้เสริม (Lore & Reference)
- Vlaakith (วลาคิธ) คือใคร?: ราชินีผู้เป็นดั่งเทพเจ้าของเผ่า Githyanki เป็นผู้คุมกฎและเป็นศูนย์รวมจิตใจของเผ่าพันธุ์ทั้งมวล การที่ Lae’zel เอ่ยชื่อเธอ แสดงถึงความศรัทธาอันแรงกล้า
- Ghaik (ไกห์ค): เป็นภาษา Githyanki ที่ใช้เรียกพวก Mind Flayer (จอมขมังเวทย์อิลลิธิด) ซึ่งเป็นเผ่าพันธุ์คู่อาฆาตที่เคยจับพวก Githyanki เป็นทาสในอดีตกาล
- Reference แนะนำ: หากอยากอ่านประวัติศาสตร์ความแค้นระหว่าง Githyanki และ Mind Flayer แบบเจาะลึก แนะนำให้ลองค้นหาหนังสือภายในเกมที่ชื่อว่า “The Githyanki: A History” หรืออ้างอิงข้อมูลลอร์เพิ่มเติมได้จาก Forgotten Realms Wiki
#BaldursGate3 #BG3 #TheDarkUrge #TacticianMode #บทสรุปเกม #Meowtaklom #เกมสวมบทบาท





































