สวัสดีค่ะทุกคน หลังจาก น้อง Durge ได้ลูกทีมและลูทของครบแล้ว เราก็ไปต่อกันค่ะ ที่ ห้องมินิบอส (The Helm) เราจะผ่านด่านนี้ไปได้อย่างไร มาดูกัน * *
เตรียมความพร้อมก่อนทะลวงเข้าห้องมินิบอส
ก่อนที่จะก้าวเท้าเข้าสู่ห้องถัดไป สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ห้ามลืมฟื้นฟูพลังเด็ดขาด! ให้คุณเดินไปกดใช้งานตู้ Restoration ที่ตั้งอยู่ทางขวามือของประตูก่อนเข้าห้องควบคุมหลัก เพื่อฟื้นฟูเลือดและช่องเวทมนตร์ (Spell Slot) ให้เต็มหลอดเสียก่อน

คัทซีนสุดระทึก: เมื่อ Mind Flayer ปะทะ กองทัพนรก
เมื่อเปิดประตูเข้าไป เราจะพบกับฉากคัทซีนสุดอลังการ ในห้องควบคุมยาน (Helm) ตอนนี้กำลังเกิดการต่อสู้อย่างดุเดือดระหว่าง Mind Flayer กับเหล่า Fiend และมอนสเตอร์จากขุมนรก (ซึ่งขอบอกเลยว่า ที่นี่คือนรกจริงๆ ตามเนื้อเรื่องค่ะ!)

เจ้า Mind Flayer ที่หลงคิดว่าเรายังคงเป็นทาสรับใช้ของมันอยู่ จะหันมาออกคำสั่งอย่างเกรี้ยวกราดให้เราละทิ้งการต่อสู้ แล้วรีบวิ่งไปที่แท่นควบคุมยาน (Transponder) เพื่อพายานวาร์ปหนีออกจากขุมนรกแห่งนี้เดี๋ยวนี้!


- Lae’zel (นักรบสาวชาว Githyanki) พยักหน้าเห็นด้วยทันที: “เอาเลย! เดี๋ยวเราค่อยจัดการกับไอ้พวก Ghaik (คำด่าเรียก Mind Flayer) ทีหลังตอนที่หนีไปได้แล้ว”
- Us (น้องสมองมีขาแสนน่ารัก) ย่อตัวดีใจสุดขีด: “ไปเชื่อมประสาท… เส้นประสาท… เราต้องเชื่อมมัน!”
หนทางในการต่อสู้ และเงื่อนไขการผ่านด่าน
- เงื่อนไขการเอาชนะ (Victory Condition): คุณต้องส่งตัวละครใดก็ได้ในทีม เดินไปแตะ “แท่นควบคุมยาน” ให้ได้ภายใน 15 เทิร์น ก่อนที่ยานจะพังพินาศและทำให้เกมโอเวอร์!
ในฝั่งของเราจะมี Mind Flayer เป็นพันธมิตรชั่วคราว คอยยืนแทงค์รับดาเมจและต่อสู้กับมินิบอสสุดโหด เลเวล 8 นั่นก็คือ Commander Zhalk


💡 Trick & Tips: Commander Zhalk จะถือดาบเล่มใหญ่ที่มีเปลวไฟลุกโชนชื่อว่า Everburn Blade ดาบนี้ทรงอานุภาพมากสำหรับช่วงต้นเกม หากเราสามารถจัดการเขา หรือทำให้ดาบหลุดมือแล้วขโมยมาให้ Lae’zel ถือได้ ทีมเราจะได้เปรียบและเล่นง่ายขึ้นมากในช่วง Act 1
แต่เนื่องจากในรอบนี้ ทีมของเรายังเป็นแค่ “ระดับเบบี๋” คือเลเวล 1 และไม่มีคาถาปลดอาวุธ เราจึงขอแนะนำ “สายเซฟตี้ เน้นทำตามเงื่อนไข” ดังนี้ค่ะ:
- ส่งน้อง Durge และเพื่อนๆ ค่อยๆ ตีฝ่าฝูงมอนสเตอร์ลูกกระจ๊อกตามทางเดินไปเรื่อยๆ เลี่ยงการปะทะกับบอสโดยตรง
- ให้ Shadowheart ยืนอยู่แนวหลัง แล้วร่ายเวทบัฟโล่ Shield of Faith ใส่ Mind Flayer ซึ่งบัฟนี้จะช่วยเพิ่มเกราะ (Armor Class) ทำให้ Mind Flayer อึดขึ้นและรับมือกับ Zhalk ได้นานขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้บอสหันมาสับหัวพวกเราแทน
- เมื่อเคลียร์มอนสเตอร์ตามทางเสร็จ ให้เอาตัวละครที่เดินได้ไกลที่สุด พุ่งเข้าไปกดแตะที่แท่นควบคุม เพียงเท่านี้ก็จะได้ดูคัทซีนจบด่านนี้อย่างสวยงามและปลอดภัยค่ะ!

วิธีเก็บดาบ EVERBURN BLADE ของ Commander Zhalk
- STEP 1 สั่งให้น้อง shadowheart ให้ติดตั้งสกิล command (กด k แล้วเปลี่ยนสกิลตามรูป)

- STEP 2 จัดการลูกกระจ๊อกเอา EXP
- STEP 3 เมื่อถึงเทิร์น Shadowheart ให้ใช้คำสั่ง command “วางอาวุธลงเดี๋ยวนี้”

- step 4 ส่งลูกทีมไปเก็บดาบที่กอยู่ใต้ตัว Commander Zhalk
- step 5 เก็บลูกกระจ๊อก วิ่งไปแท่นควบคุมยาน

วินาทีเป็นวินาทีตาย ณ แท่นควบคุมยาน (The Helm)
เมื่อเราบริหารเทิร์นและส่งตัวละครวิ่งฝ่าดงศัตรูมาจนถึงส่วนหัวของยานได้สำเร็จ น้อง Durge จะพุ่งตัวเข้าไปแตะที่แท่นควบคุมยานชีวภาพ หรือที่เรียกว่า Alien Transponder ได้อย่างทันท่วงทีก่อนที่ยานจะถูกยิงจนพังพินาศในเทิร์นสุดท้าย

ทันทีที่สัมผัส แท่นควบคุมยานจะตอบสนองต่อปรสิตในสมอง น้อง Durge ไม่รอช้า รีบทำการ “เชื่อมต่อเส้นประสาท” (Connect Nerve Strings) เพื่อป้อนคำสั่งฉุกเฉินให้ยานทำการวาร์ปข้ามมิติหนีออกจากขุมนรก Avernus ทันที!

การหลบหนีที่ต้องแลกมาด้วยความพังพินาศ
แม้ว่ายาน Nautiloid ของพวก Mind Flayer จะสามารถวาร์ปหนีพ้นจากขุมนรกมาได้อย่างหวุดหวิด แต่สภาพยานในตอนนี้เรียกว่า “พังแหล่มิพังแหล่” จากการโดนโจมตีอย่างหนัก แรงสั่นสะเทือนมหาศาลและการเสียการควบคุม ทำให้ตัวยานพุ่งดิ่งลงสู่พื้นโลกอย่างรวดเร็ว
แรงเหวี่ยงจากยานที่กำลังร่วงหล่น ทำให้น้อง Durge ของเราหกคะเมนตีลังกา ร่างกายลอยเคว้งกลางอากาศ จนต้องตะเกียกตะกายคว้าสายเนื้อเยื่อของยานยึดเกาะเอาไว้เพื่อรั้งชีวิต…

ตัดจบแบบละครไทย! ร่างของน้อง Durge และเพื่อนร่วมทีมจะรอดชีวิตจากการตกจากความสูงระดับเสียดฟ้าได้อย่างไร? ยาน Nautiloid จะไปตกที่ไหนในดินแดน Faerûn? พบกันใหม่ตอนหน้านะคะ MTK
💡 เนื้อหาเสริมและเกร็ดน่ารู้จาก Meowtaklom (Lore & Mechanics Tips)
- หากเพื่อนร่วมทีมล้ม (Downed) ในห้องบอสจะเป็นอะไรไหม?สำหรับช่วงจบ Prologue นี้ ระบบเกมใจดีมากค่ะ! หาก Lae’zel หรือ Shadowheart เลือดหมดจนล้มลงไปนอน (Death Saving Throws) ในระหว่างสู้กับ Commander Zhalk ขอเพียงแค่มีตัวละครใดตัวละครหนึ่งในทีมวิ่งไปกดแตะ Alien Transponder ได้สำเร็จ เกมจะตัดเข้าคัทซีนทันที และเพื่อนร่วมทีมที่ล้มอยู่จะ ฟื้นคืนชีพและรอดไปเริ่มด่านต่อไปตามเนื้อเรื่องโดยอัตโนมัติ โดยไม่ถือว่าตายจริงค่ะ
- เราเพิ่งหนีออกมาจากที่ไหนกันแน่?ฉากหลังท้องฟ้าสีเลือดที่เราเห็นนอกหน้าต่างยาน คือ Avernus (อเวิร์นัส) ชั้นแรกของขุมนรกทั้งเก้า (Nine Hells) ซึ่งเป็นสมรภูมิหลักของสงครามสายเลือด (Blood War) ระหว่างปีศาจสองเผ่าพันธุ์ (Devils และ Demons) การที่ยาน Nautiloid วาร์ปหนีออกมาได้ ถือเป็นการปิดฉากส่วน Intro และกำลังพาผู้เล่นเข้าสู่โลกหลักที่เรียกว่า The Sword Coast อย่างเต็มตัวค่ะ
ตอนต่อไป , สารบัญ BG3 (The Dark Urge)

One Comment